วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2550

การเดินทางของเข็มนาฬิกา

การเดินทางของเข็มนาฬิกา
หลายคนไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ได้กลายเป็นหนุ่มเป็นสาว หรือเติบโตเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่ซึ่งก็อาจเป็นเพราะพวกเราไม่เคยมีโอกาสได้หยุดมองรอยต่อของวัยเหล่านั้นถ้าไม่เรียนไม่เล่นจนเพลินไปเสียก่อน เหตุผลของการพลาดโอกาสเช่นนั้น ก็คงหนีไม่พ้นความยุ่งเหยิงในชีวิตในวาระที่ต้องขวนขวายหาสถานที่ศึกษาต่อหรือไม่ก็มัวแต่กระเสือกกระสนหางานทำหลังเรียนจบรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นหนุ่มสาวมหาลัย หรือไม่ก็เป็นผู้ใหญ่ในคราบมนุษย์เงินเดือนไปเสียแล้วเพื่อนๆ เคลื่อนตัวจากสถานที่หนึ่งไปสถานที่หนึ่งเท่านั้นหากยังพาพวกเขาก้าวข้ามจากเวลาหนึ่งไปสู่อีกเวลา ดุจเดียวกับการเดินของเข็มนาฬิกาอีกด้วย"การที่เราได้เห็นทุกวินาทีกลายเป็นอดีต ทำให้เรารู้ว่าทุกอย่างจะไม่หวนมาอีกแล้ว"หลังจากที่พวกเราได้เดินทางข้ามวันและคืนผ่านจุดแล้วจุดเล่ามาแล้ว"นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้นั่งที่นี่ อ่านข้อความจาก มุมนี้"เพราะพรุ่งนี้ หรือวินาทีต่อไป จะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกแล้ว สำหรับเราไม่ใช่แค่หน้าของเพื่อนร่วมชั้นเรียน และ ร่วมกินร่วมเที่ยวเท่านั้นที่จะเปลี่ยนไปเพราะแม้แต่ "หน้าตา" ของพวกเขาเองก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วด้วยจากที่เคยเป็นผ้าที่มีสีขาวเป็นส่วนประกอบใหญ่พวกเราก็จะกลายเป็นผ้าที่มีสีอื่นมาแต่งแต้มวัยของพวกเราอาจคือวัยแห่งความไม่ชัดเจน หลายคนไม่รู้ว่าอะไรควรเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตพวกเราบางคนจึงเลือกจะจัดเรื่องลดความอ้วน และ การพยายามดึงดูดความสนใจไว้เป็นอันดับหนึ่งอีกทั้งช่วงอายุของเรายังเป็นวัยแห่งจินตนาการ เห็นอะไรเล็กๆ น้อยก็สามารถนำมาสานต่อเป็นเรื่องแต่งอันบรรเจิดได้เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมาย เราก็สามารถจัดการกับความสับสนของตัวเองได้ในขณะที่บางคนก็ยังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเดิมๆราวกับเด็กไม่รู้จักโตถึงอย่างนั้น ก็ยังพูดได้ว่าทุกคนที่ร่วมเดินทางได้ก้าวมาสู่อีกหนึ่งหลักชัยของชีวิตแล้วแต่ต่อให้เดินมาแล้วหลายพันหลายหมื่นก้าวพวกเราก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในการเดินทางครั้งต่อไปอยู่ดี เพราะชีวิตของพวกเขายังไม่สิ้นสุดและยังมีอีกหลายหลักชัยเหลือเกินที่รอให้พวกเราเดินไปถึง

อยู่เป็นคู่ได้อย่างไร เมื่อนิสัยต่างกัน

อยู่เป็นคู่ได้อย่างไร เมื่อนิสัยต่างกัน
เมื่อชีวิตของคน 2 ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันนั้น ไม่มีใครคิดฝันว่าเมื่ออยู่กันไปนานๆ แล้ว จะเกิดปัญหาตามมา ทุกคู่แทบไม่มีใครคิดถึงปัญหาล่วงหน้าต่าง คิดถึงการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่ในความเป็นจริงของชีวิต มักจะไม่เหมือนกับความคิดของเราเสมอไป
บางครั้งก็อาจจะมีความสุขมากกว่าที่คิด แต่ส่วนมากมักจะทุกข์มากกว่าที่คิดซะมากกว่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะ ไร เพราะช่วงเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เรามักจะฝันจะคิดถึง แต่เรื่องที่ประเทืองความสุข ไม่ค่อยคิดถึงเรื่องความทุกข์ เมื่อมาใช้ชีวิตจริง ปกติธรรมดาแล้วพบเรื่องทุกข์บ้าง ก็ต้องถือเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตอย่าไปคิด อะไรมาก
ความยากลำบากของชีวิตคู่ที่อยู่ด้วยกัน จนผันเป็นความทุกข์อีกรูปแบบหนึ่งของชีวิต คือ ความขัดแย้งกันระหว่างสามีภรรยา" ความขัดแย้งของสามีภรรยา ที่พบได้บ่อยๆ มากที่สุด จนอาจกล่าวได้ว่าแทบไม่มีคู่ไหนหลีกหนีปัญหาข้อนี้ไปได้พ้น คือ "ความขัดแย้งของการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในชีวิตประจำวัน"
ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนสองคนที่มาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ล้วนมีที่มาต่างกันไปแทบทั้งสิ้น ตั้งแต่การอบรมเลี้ยงดู การศึกษา การคบหาสมาคมกับเพื่อน แต่ละคนต่างมีที่มาต่างกัน เพราะฉะนั้นเมื่อมาอยู่ด้วยกัน ย่อมมีความแตกต่างกัน ในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน เช่นเรื่อง "อุปนิสัยส่วนตัว" บางคนมีอุปนิสัยใจคอ เป็นคนใจร้อนใจเร็ว อยากได้อะไรต้องเอาให้ได้ดังใจทันที ถ้าช้านิดหน่อย จะโกรธ เป็นฟืนเป็นไฟ อุปนิสัยแบบนี้ ตอนที่จีบกันอยู่ อาจไม่เคยหลุดออกมาให้ดูให้เห็น เพราะไม่มีโอกาสที่จะพบเหตุการณ์ ที่แสดงความใจร้อนออกมา แต่พอมาอยู่เป็นคู่ชีวิตกันจริงๆ ทุกวันทุกคืน จะฝืนตัวเองยังไงไม่ให้ความใจร ้อนหลุดออกมาบ้างเลยก็คงยาก
คนที่เป็นคู่ชีวิตอยู่ด้วย ก็คงช่วยทำให้เขาใจเย็นลงไม่ได้ เพราะมันเป็นอุปนิสัยใจคอที่เปลี่ยนแปลงยาก ความลำบากใจ จึงตกมาอยู่กับคนที่อยู่ด้วย ถ้าทนความลำบากใจจากอุปนิสัยที่แตกต่างกันไม่ได้ ก็จะอยู่ไปอย่างไม่มีความสุข ผลสุดท้ายอาจถึงขั้นแยกย้ายทางใครทางมันก็ได้
เรื่องนี้มีทางเดียว คือ ต้องปรับจิตปรับใจของตัวเรา ให้ยอมรับเขาให้ได้ เมื่อพบเหตุการณ์ที่ทำให้เขาใจร้อน เมื่อไหร่เราก็ควรใจเย็น และใช้คำพูดคำจาที่เปรียบเสมือนน้ำเย็นเข้าลูบ คำพูดคำจาที่จะให้ออกมาต้องระมัดระวังให้ดี อย่าเป็นคำพูดที่เป็นเชื้อไฟ ให้ความใจร้อนใจเร็วและความโกรธเป็นฟืนเป็นไฟโหมแรงขึ้นไปอีก ไม่ควรเป็นคำพูดที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เขาคิดเขาเชื่ออยู่ในขณะนั้น ควรจะพูดเออออห่อหมกกับเขาไปก่อน พูดง่ายๆ คือ พูดอะไรก็ได้ที่จะทำให้ถูกใจเขาความใจร้อนโมโหโกรธาของเขาจะได้ลดลง ช่วงนี้อย่าเพิ่งไปคำนึงถึงข้อเท็จจริงหรือเรื่องของเหตุเรื่องของผล หาทางทำให้คู่ของเราเย็นลงให้ได้ก่อนเป็นความจำเป็นเฉพาะหน้าพอใจร้อนใจเร็วซาลงแล้ว ค่อยมาพูดกันด้วยเหตุด้วยผล ก็จะช่วยทำให้เกิดความเข้าใจกันได้มากขึ้น
ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ อย่าใช้การพูดเล่นเป็นน้ำเย็นเข้าลูบ เวลาที่อีกฝ่ายใจร้อน โมโหโกรธานั้น เขาไม่มีอารมณ์มาพูดเล่นพูดหัวกับใครหรือไม่มีกะจิตกะใจมาสนุกไปกับคำพูดเล่นของใครได้ ถ้าเราขืนพูดเล่นเพื่อหวังให้เขาเย็นลง จงจำไว้เถิดว่า เป็นการเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ถ้าขืนทำกันจริง จะเท่ากับยิ่งเหมือนกับเอาน้ำมันราดใส่กองไฟ ยังไงยังงั้น
ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเอาน้ำเย็นเข้าลูบยังไงให้คู่ของเราเย็นลง ก็คงมีอีกวิถีทางหนึ่ง คือ "การเฟดตัวเองออกไปให้ไกลๆ สักระยะหนึ่ง" แต่ก็ไม่ต้องถึงกับออกนอกบ้านไปไหน อยู่ในบ้านนั่นแหละ และคอยชำเลืองดูให้เขาอยู่ในสายตาตลอดเวลาก็พอ เมื่อคนๆ หนึ่งใจร้อนใจเร็วโมโหโกรธา เขาอาจจะระเบิดอารมณ์ออกมาเต็มที่ ปล่อยให้เขาระเบิดออกมาให้เต็มที่ เพราะอีกไม่กี่สิบนาทีต่อมา มันจะค่อยๆ ซาลง เย็นลงเรื่อยๆ เมื่อเห็นเขาเย็นลงเมื่อไหร่ เราค่อยเข้าไปเอาน้ำเย็นเข้าลูบ จะ สัมผัสด้วยการจูบ การโอบกันบ้างเพื่อสร้างความอบอุ่นก็ไม่ผิดกติกาอันใด ชีวิตคู่ก็จะอยู่กันได้ต่อไป ถึงแม้อุปนิสัยใจคอจะแตกต่างกันราวฟ้ากับดินก็ตาม

เรื่องเล็ก ๆ ของคนรักกัน

เรื่องเล็กๆ ของผู้ชาย : เปิดโอกาสให้ฝ่ายชายพูดบ้าง คงไม่บ่อยนักที่ฝ่ายชายจะยอมออกมาเปิดอกถึงความรู้สึกของตัวเอง คงเพราะธรรมชาตินั้นสร้างผู้ชายให้ทำเป็นแต่ปิดปากรับฟังเรื่องราวแต่ของผู้หญิง จนพวกเธอได้ใจและไม่ยอมให้ผู้ชายได้พูดอีกเลย แต่ในชีวิตคู่นั้นการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เผยความรู้สึกบ้าง ก็เป็นการกระชับความสัมพันธ์ได้ในอีกระดับหนึ่งอย่ามองว่าผู้ชายเป็นได้แค่ขอนไม้นิ่งๆ ผู้ชายก็มีอารมณ์และอยากแสดงความรู้สึกต่างๆ ออกมาไม่แพ้ผู้หญิง ทั้งอาการดีใจ โมโห หรือฉุนเฉียว หากผู้หญิงเปิดโอกาสให้หนุ่มคนรักได้แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา ก็ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและหายอึดอัดและคุณผู้หญิงก็จะได้ยินคำว่า “อยู่กับคุณแล้วผมสบายใจมากที่สุดในโลก”ปล่อยให้ใช้ชีวิตอิสระบ้าง เหตุผลหลักที่ทำให้ผู้ชายหาทางเลิกกับคนรัก คงเพราะการถูกจำกัดอิสรภาพมากเกินไป การมัดใจหนุ่มด้วยวิธีนี้ไม่ยาก เพียงคุณสาวๆให้เขามีเวลาส่วนตัวบ้าง ก็คงได้ผลลัพธ์ที่เขาอยากใช้เวลาส่วนตัวมาอยู่กับคุณมากขึ้นรักเขาที่เป็นเขา อย่ารักเขาเพื่อให้เขามาเป็นแบบที่คุณคิด บางทีการที่สาวๆ ตั้งเงื่อนไขให้หนุ่มในฝันมากกินไป และพยายามเปลี่ยนหนุ่มคนรักให้เป็นชายในฝัน ก็ทำให้รักร้าวได้เหมือนกัน แถมสุดท้ายคุณสาวๆ เองที่ต้องเปลี่ยนมาเป็นแบบเขาเรื่องเล็กๆ ของผู้หญิงเอาใจกันหน่อย เหตุผลใหญ่ที่ผู้หญิงนอกใจมีสาเหตุมาจากการไม่ได้รับความสนใจจากแฟนหนุ่ม อีกทั้งผู้ชายยังไม่เคยดูแลเอาใจใส่ แถมยังไม่เคยรับฟังความคิดเห็นของพวกเธอเลย ดังนั้นการรับฟังและแสดงความใส่ใจเป็นประจำและสม่ำเสมอ ก็เป็นสิ่งที่ผู้ชายความกระทำเพื่อให้ความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองแนบแน่นยิ่งขึ้นรับฟังปัญหามากกว่าแนะนำ ผู้หญิงอยากบอกว่า การที่พวกเธอชอบเล่าปัญหาต่างๆ แบบไม่หยุดนั้น เพียงเพราะอยากมีคนรับฟัง แต่คงไม่ต้องพึ่งคำแนะนำของหนุ่มๆเท่าไหร่ เพราะพวกเธอคิดหาทางออกเองได้อยู่แล้ว “ดังนั้นหันมาฟังที่ฉันพูดบ้างได้ไหม?”มอบช่วงเวลาโรแมนติกให้กันบ้าง ไม่จำเป็นต้องไปดินเนอร์ร้านหรู หรือทำเซอร์ไพรส์ด้วยแหวนเพชร 7 กะรัต แต่แค่เพียงโอบกอด หอมแก้ม มอบดอกไม้ดอกเล็กๆ ให้บ้างในโอกาสสำคัญ ในความคิดของคุณสาวๆ แค่นี้ก็โรแมนติกสุดๆ แล้วบอกความรู้สึกอย่างจริงใจ พวกเธออยากบอกว่า “ผู้หญิงก็เข้าใจง่ายเหมือนกันนะ”เพราะการที่ผู้ชายเล่าความรู้สึกหรือเรื่องราวในแต่ละวันให้พวกเธอได้รับฟัง ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้สาวๆ รู้สึกว่าพวกคุณเห็นเธอเป็นคนพิเศษ และพึ่งพิงได้บอกรักเป็นประจำ เพราะการบอกรักเมื่อ10 ปี 5 ปี หรือแม้แต่อาทิตย์ที่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมาบอกคำแสนหวานคำนี้อีกทีไม่ได้ ดังนั้นการบอกรักกันทุกวัน ก็เป็นหนึ่งวิธีที่เติมเต็มความรักได้อย่างดีเยี่ยม

วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2550

เปิดประตูดูบ้าน กอล์ฟ&ไมค์























































O:IC ชวนกอล์ฟ&ไมค์ ตำส้มตำ






















ภาพกอล์ฟ&ไมค์ ถ่ายนิตยสารที่ญี่ปุ่น


















































ภาพคอนเสริต์ วัน-บาย-วัน กอล์ฟ&ไมค์






















































ถึงจะเป็นรุ่นเล็กแต่ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยิ่งใหญ่สำหรับคู่ดูโอสองพี่น้อง กอล์ฟ – ไมค์ พิชญะ และ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ใน “กอล์ฟ-ไมค์ วัน บาย วัน คอนเสิร์ต” (Golf-Mike One By One Concert) ที่จัดโดย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ ร่วมกับ ทรู มิวสิค และ ยามาฮ่า ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระเบิดความมันส์อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมแสง สี เสียงตระการตา และพัฒนาการที่เติบโตของ กอล์ฟ-ไมค์ ที่โชว์ทั้งร้อง เต้น เล่นละคร...บนเวทีคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรก สองหนุ่ม กอล์ฟ-ไมค์ ปรากฏตัวต่อหน้าแฟนๆ ด้วยการโหนสลิงลงมาพร้อมเพลงเปิดเวที Fight For You แม้จะเป็นเพลงแรกแต่เครื่องก็ร้อนจนไม่ต้องเสียเวลาวอร์มอัพกันเลย ทั้ง กอล์ฟและไมค์ กระหน่ำอัดเพลงให้แฟนๆ ร่วมร้องตามและกรี๊ดตบท้ายไม่ยั้ง ตั้งแต่เพลงฮิตในอัลบั้มแรกจนถึงอัลบั้มล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นเพลง เรื่องเล็กของเธอ, Happy Birthday, อย่าเล่นแบบนี้, Sexy Girl, ผู้ชายไม่เป็นเพื่อนกับผู้หญิง, Fever To Future สลับกับสีสันการแสดงพลังลึกลับของสองหนุ่ม ในการเผชิญหน้าต่อสู้กันแบบตัวต่อตัว เพื่อให้แฟนๆ ได้สนุกและตื่นเต้นไปด้วยกันอย่างสูสี จนไม่สามารถฟันธงได้ว่า กอล์ฟหรือไมค์ ได้แรงเชียร์มากกว่ากัน แถม กอล์ฟ-ไมค์ ยังให้แขกรับเชิญดูโอคู่พิเศษที่คาดไม่ถึงอย่าง น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ กับ ตุ๊ยตุ่ย-พุทธชาด มาทำเซอร์ไพร์สในโชว์ Fantasy Drama Toon โกยเสียงฮาไปเต็มกระบุง จากนั้น กอล์ฟ-ไมค์ ก็ยังไม่ลืมที่จะนำเพลงในเวอร์ชั่นพิเศษมาฝากแฟนๆ อย่างตั้งใจ รวมทั้งเพลง “สุดตัว” ที่ให้แฟนคลับนับ 100 คนขึ้นไปร่วมแจมบนเวที ส่วนความมันส์ต่อเนื่องต้องยกให้เมดเล่ย์ที่สองหนุ่มเอาเพลงคุ้นหูติดปากอย่าง Bounce, เต้นกันไหม, โมชิ โมชิ, In Ya Hand, ไม่ว่างกำลังเต้น,หัวใจจะวาย, ต้องเธอเท่านั้น ให้แดนซ์กันชุดใหญ่ ก่อนจะปิดท้ายด้วยเพลงซึ้งความหมายดี แทนใจกอล์ฟ-ไมค์อย่าง “ขอบคุณยังน้อยไป” เวอร์ชั่นออร์เคสตร้า คอนเสิร์ตจบลงด้วยความรู้สึกเต็มอิ่มจุใจครบรส ทั้งดุ-เด็ด-เผ็ดมันส์-หวานซึ้ง ยืนยันได้เต็มปากเลยว่า วันนี้ความสามารถของ กอล์ฟ-ไมค์ พัฒนาไปอีกก้าวแล้วจริงๆ